“รักทะเลให้เป็น! เลิก 5 พฤติกรรมที่กำลังทำลายระบบนิเวศทางทะเล”

ทะเลนั้นเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย มีชาวต่างชาติมากมายให้ความสนใจ เพราะทะเลบ้านเรานั้นสวยเป็นอย่างมาก มีทั้งบรรยากาศสวยๆ และกิจกรรมที่หลากหลายที่เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ทะเลจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันดับต้นๆ อีกทั้งการเดินทางที่ไม่ค่อยลำบาก ไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่นัก วันนี้เราจะชวนทุกคนมาดูพฤติกรรมที่กำลังทำลายทะเลโดยที่เราไม่รู้ตัว เผื่อว่าใครที่กำลังจะไปทะเลจะได้ไม่ทำพฤติกรรมเหล่านี้

1. การใช้ครีมกันแดด

แน่นอนว่าเมื่อไปทะเลเราก็จะต้องทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวของเรา แต่รู้หรือว่านั่นกำลังเป็นการทำลายทะเลทางอ้อม มีงานวิจัยพบว่าครีมกันแดดมีสารที่ทำลายตัวอ่อนปะการังขัดขวางระบบสืบพันธุ์ และทำให้เกิดปะการังฟอกขาว ซึ่งสารเคมีแม้ปริมาณเพียงแค่ 1 หยดต่อสระน้ำมาตรฐาน 6 สระ แล้วคิดดูว่า 1 คนใช้ปริมาณมากขนาดไหน ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดที่ระบุในผลิตภัณฑ์ว่าไม่ทำร้ายปะการัง

2. ให้อาหารปลาในทะเล 

หลายคนคิดว่าเป้นเรื่องที่ไม่ผิด แต่จริงๆแล้ว การที่เราให้อาหารปลาในทะเลนั้น มีผลเสียต่อตัวเราเองและต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยรวมด้วย เพราะจะทำให้เจ้าปลาเปลี่ยนพฤติกรรมในการหาอาหารกินเอง เมื่อให้อาหารปลา ปลาจะหยุดวัฏจักรการหาอาหารกินตามธรรมชาติของมัน ซึ่งจะส่งผลให้ปลาขาดสารอาหารที่เหมาะสมตามธรรมชาติในการดำรงชีวิต

3. นำของในทะเลออกไป 

ยกตัวอย่างง่ายๆการที่เห็นคนเก็บเปลือกหอยตามชายหาด เพื่อนำไปติดกับกรอบรูปภาพ หรือ ทำสร้อยคอ แต่ ถ้ามีคนสักล้านคนทำเช่นนี้ ระบบนิเวศคงถูกทำลายไปมาก เพราะไม่ว่าเปลือกหอยที่เก็บไปมันจะมีหรือไม่มีชีวิตก็ตาม แต่นั่นคือสิ่งที่ ปู ปลา หรือสัตว์น้ำตัวเล็ก ต้องใช้พึ่งพาในการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้นการกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลาย ระบบนิเวศและความหลายหลายทางชีวะภาพในทะเลแบบหนึ่งนั่นเอง

4. ใช้แฟลชในการถ่ายสัตว์ทะเล

การที่คุณดำน้ำลงไปชมปะการังหรือบันทึกภาพใต้น้ำก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ถ้ามีการเก็บภาพนิ่ง แนะนำในการถ่ายภาพเล็กน้อยว่า ไม่ควรเปิดแฟลช เพราะอาจจะทำให้สัตว์ตกใจและเป็นอันตรายต่อสัตว์ได้ เพราะสัตว์ทะเลบางชนิดนั้นอาจจะไม่ค่ยอคุ้นเคยกับแสงสักเท่าไหร่นั่นแหละ 

5. เตะกวนตะกอนให้ฟุ้งกระจาย 

ขณะที่ลงไปดำน้ำ การตีฟินส์ใกล้พื้นทรายจะกวนตะกอนเล็กๆ ให้ฟุ้งกระจายไปทับถมปะการัง ทำให้สาหร่ายที่อาศัยอยู่ในปะการังซึ่งทำหน้าที่สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารและออกซิเจนให้กับปะการัง ทำงานได้ไม่สมบูรณ์ นอกจากนั้นแรงน้ำหรือตะกอนที่ถูกกวนยังทำให้สัตว์เล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามพื้นทรายเพื่อหลบภัย ถูกพัดขึ้นมาและเสี่ยงกับการถูกล่าจากสัตว์อื่นได้นั่นเอง 

สรุป

ทะเลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญและงดงามของประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์จำนวนมากกลับมีพฤติกรรมที่ทำลายทะเลโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมีทำร้ายปะการัง การให้อาหารปลา การเก็บของจากทะเล การใช้แฟลชถ่ายสัตว์ทะเล หรือการเตะกวนตะกอนใต้น้ำ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างรุนแรง ทั้งต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและสมดุลธรรมชาติ

ดังนั้น หากเราต้องการให้ทะเลไทยยังคงสวยงามและอุดมสมบูรณ์ต่อไป ทุกคนควรมีจิตสำนึกในการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล และช่วยกันอนุรักษ์ทะเลไว้ให้เป็นแหล่งพักผ่อนที่งดงามสำหรับคนรุ่นต่อไป